วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ความประทับใจในการเข้าค่ายพักแรม

วันที่ 24 มกราคม 2556

- เป็นวันแรกของการเข้าค่าย ซึ่งเราต้องเดินทางไกลเป็นระยะทาง 5 km !! ลำบากมาก เหนื่อยสุดๆ -0- มีฐานให้เล่นมากมาย  พอเดินถึงค่ายก็เจอกับครูฝึก ครูฝึกก็ให้เราคลานเข้าไปในค่ายและก็ได้นั่งพักรอเพื่อน ๆ ได้ฝึกความอดทนของเรา....

วันที่ 25-26 มกราคม 2556

- เป็นวันที่สองของการเข้าค่าย ต้องตื่นตอนตี 5 เพื่อมาออกกำลังกาย อากาศหนาวมากกก !! ตอนทำกับข้าวก็จุดไฟไม่ติด 5555 กว่าจะได้กินข้าวรอตั้งนาน -0-'

        - การเข้าค่ายครั้งนี้สอนให้เราฝึกความอดทน....

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานบูรณาการ เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก (ภาษาอังกฤษ)


โครงงานบูรณาการ เรื่อง เมี่ยงคำเมี่ยงตาก
หน่วยการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ


บทที่ 1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 
โครงงานเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีส่วนผสม  ส่วนประกอบที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  ควรอนุรักษ์และเผยแพร่เพื่อให้คนทั่วได้รู้จัก  โดยเฉพาะในปัจจุบันหลักสูตรการเรียนแบบมาตรฐานสากลที่ เน้นวิชาการเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษ  ดังนั้นเพื่อให้เมี่ยงคำเมืองตากเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ  การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยแผ่นพับที่เป็นภาษาต่างประเทศเพื่อให้เมี่ยงคำที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าสู่มาตรฐานสากลด้วยเช่นกัน
โครงงานบูรณาการเมี่ยงคำเมืองตากที่นำเสนอด้วยแผ่นพับเป็นภาษาอังกฤษและทำให้เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติและคนไทยจะเรียนรู้กับภาษาอังกฤษด้านประวัติความเป็นมา  ส่วนผสม  วิธีรับประทาน  และคำศัพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษของเมี่ยงคำเมืองตากได้มากขึ้น

จุดมุ่งหมายของการทำโครงงาน
1.             เพื่อเผยแพร่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมี่ยงคำเมืองตากโดยทำเป็นแผ่นพับภาษาอังกฤษและเพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นเมืองของจังหวัดตาก
2.             ได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เป็นประวัติความเป็นมา  วิธีการทำ  วิธีรับประทานได้มากขึ้น      เนื่องจากกลุ่มของข้าพเจ้าได้ทำโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ
ระยะเวลาดำเนินการ   13 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2555
สถานที่ศึกษาค้นคว้า   โรงเรียนตากพิทยาคม
บทที่ 3
วิธีดำเนินการ

โครงงานบูรณาการเมี่ยงคำเมืองตากด้วยแผ่นพับภาษาอังกฤษได้ดำเนินการ  ดังนี้
1. วางแผนการทำงาน
2. สืบค้นข้อมูล
3. เขียนโครงงาน
4. จัดทำแผ่นพับเป็นภาษาอังกฤษ
5. นำเสนอ
            วางแผนการทำงาน  แบ่งหน้าที่  สืบค้นข้อมูล  ได้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลข้อมูลนั้นไปทำเป็นแผ่นพับภาษาอังกฤษ  โดยมีวัสดุอุปกรณ์  ดังนี้
                                1. กระดาษ
                                2. หมึกพิมพ์
                                3. ดินสอ ปากกา
4. คอมพิวเตอร์
                                5. เครื่องปริ๊นซ์
                                6. อินเทอร์เน็ต
วิธีการดำเนินงาน
ตารางที่ 1
ลำดับ
รายการ
วัน/เดือน/ปี
หมายเหตุ
1
ศึกษารูปแบบโครงงาน
15 .. – 20 .
-
2
ทำโครงร่างโครงงาน
20 พ.ย. – 25พ.ย.
-
3
ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
25 พ.ย. – 10 ธ.ค.
-
4
บันทึกผลการศึกษา    อภิปรายผลการศึกษาข้อมูลและสรุปผลการศึกษาข้อมูล
10 ธ.ค.  11 ธ.ค.
-
5
ตรวจสอบพร้อมแก้ไข
11 ธ.ค. – 17 ธ.ค.
-
6
 นำเสนอผลงาน  และส่งครู
20 ธ.ค.
-

บทที่  5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการศึกษาค้นคว้า
                1. เมี่ยงคำเมืองตาก   หรือเมี่ยงจอมพล   เป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดตากมาช้านาน
                2. เมี่ยงคำให้ประโยชน์และสรรพคุณทางยามากมาย
                3. ทำให้เรารู้วิธีการทำและวิธีการรับประทาน
                4.การทำแผ่นพับเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่ทำให้คนทั่วไปและชาวต่างชาติได้รู้จักเมี่ยงคำเมืองตากมากขึ้น

วิเคราะห์ผลการศึกษาค้นคว้า
                1.ในเมี่ยงคำมีประโยชน์  และสรรพคุณมากมาย  เช่น  พริกขี้หนู  ช่วยรักษาอาการบวม  ฟกช้ำ   ตะไคร้  ช่วยแก้ปวดท้อง  ขับปัสสาวะ  กระเทียม  เป็นยาขับลมในลำไส้แก้กลากเกลื้อน มะเขือพวง   ใช้เป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ และช่วยย่อยอาหาร   มะพร้าวขูด   เป็นยาบำรุงกำลัง ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ แก้ไข้ กระหายน้ำ   มะนาว   น้ำมันจากผิวมะนาว ใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียด แต่งกลิ่น น้ำคั้นจากผลมะนาว รักษาอาการเจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะ และรักษาโรคลักปิดลักเปิดซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินซี  เป็นต้น
               
ข้อเสนอแนะ
                1.ทุกคนควรช่วยกันอนุรักษ์อาหารพื้นเมือง
                2.ทุกคนควรรับประทานเมี่ยงคำ เพราะให้ประโยชน์และสรรพคุณหลายอย่าง



วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555



ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง 

การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้
“การ ปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้
ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว
ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”
แปลความสรุปอย่างเข้าใจง่าย ปลูกไม้ให้พออยู่ พอกิน พอใช้ และระบบนิเวศน์
พออยู่ หมายถึง ไม้เศรษฐกิจปลูกไว้ทำที่อยู่อาศัย และจำหน่าย
พอกิน หมายถึง ปลูกพืชเกษตรเพื่อการกินและสมุนไพร
พอใช้ หมายถึง ปลูกไม้ไว้ใช้สอยโดยตรงและพลังงาน เช่น ไม้ฟืน, และไม้ไผ่ เป็นต้น
ประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ สร้างความสมบูรณ์และก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า
โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
1. ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวคิด ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. จัดรูปแบบการปลูกให้เกิดคุณค่าและบูรณาการในพื้นที่ทำกินเดิมให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า
3. สร้างมูลค่าต้นไม้ที่ปลูกทำให้เป็นทรัพย์ เพื่อออมทรัพย์และใช้แก้ปัญหาความยากจน
วิธีการดำเนินการ
1. การจัดแบ่งที่ดินทำกินเพื่อใช้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จากพื้นที่ทำกินอยู่เดิม ที่เป็นพื้นที่สวน ไร่หรือนา     แบ่งพื้นที่ออกมา ร้อยละ 30-50 โดยมีรูปแบบการจัดแบ่ง 3 รูปแบบ ดังนี้
      1. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.1 จัดแบ่งโดยใช้พื้นที่รอบแนวเขตพื้นที่ทำกิน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 ตามแนวเขตแดนพื้นที่ ทำกิน 
      2. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.2 จัดแบ่งออกมาชัดเจนเป็นส่วน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 โดยจัดส่วนอยู่ด้านหนึ่งของพื้นที่
1.3 จัดแบ่งเป็นริ้วหรือแถบตามความเหมาะสม
      3. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. การจัดองค์ประกอบ พันธุ์ไม้ตามวัตถุประสงค์ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ในพื้นที่ตามความเหมาะสม แต่ให้ได้องค์ประกอบซึ่งให้เกิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ ดังนี้
2.1 ปลูก เพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านพออยู่ เช่น การปลูกต้นไม้สำหรับใช้เนื้อไม้มาปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เช่น ไม้ตะเคียนทอง, สัก, ยางนา, มะฮอกกานี, กระทินเทพา, จำปาทอง ฯลฯ
2.2 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอกิน เช่นการปลูกต้นไม้สำหรับใช้กิน เป็นอาหาร เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่ม ตลอดจนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าขายผลผลิตเพื่อดำรงชีพ เช่น ไม้ผลต่าง ๆ ได้แก่ เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลองกอง, มะม่วง ฯลฯ ไม้ที่ให้ผลผลิตเพื่อขาย เช่น ปาล์ม, มะพร้าว, ยางพารา ฯลฯ
2.3 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอใช้ เช่น ปลูกต้นไม้สำหรับใช้สอย ในครัวเรือน ใช้พลังงาน ใช้เป็นเครื่องมือต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ไม้ไผ่,หวาย สำหรับจักสานเป็นเครื่องเรือน ของใช้ ฯลฯ ไม้โตเร็วบางชนิดที่ใช้เป็นไม้ฟืน,ถ่าน ไม้พลังงาน เช่น สบู่ดำ, ปาล์ม ฯลฯ ไม้ทำเครื่องมือการเกษตร ได้แก่ การทำด้ามจอบ, มีด, ขวาน, ทำรถเข็น, โต๊ะ, เก้าอี้, ตู้ ฯลฯ
องค์ประกอบตามวัตถุประสงค์ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
จัดโครงสร้างและลำดับชั้นต้นไม้ในป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการจัดโครงสร้าง พันธุ์ไม้ให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีชั้นเรือนยอด 3 ชั้น ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน เรือนยอดชั้นกลาง เรือนยอดชั้นล่าง และหากจัดโครงสร้างด้านการใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับ คือ ชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่างและชั้นใต้ดิน ตามรูปแบบเกษตร 4 ชั้น, สวนโบราณ, สวนสมรม
3.1 ไม้เรือนยอดชั้นบนได้แก่ ไม้ที่ปลูกใช้เนื้อไม้ทำที่อยู่อาศัย เช่น ตะเคียนทอง, สัก ยางนา, สะเดา, จำปาทอง ฯลฯ และไม้ที่ลำต้นสูงและที่ลูกเป็นอาหารได้ เช่น สะตอ, เหรียง, กระท้อน, มะพร้าว หมาก ฯลฯ
3.2 ไม้ เรือนยอดชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นไม้เพื่อการกิน, การขาย, การใช้เป็นอาหารและสมุนไพร เช่น มะม่วง, ขนุน, ชมพู่, มังคุด, ไผ่, ทุเรียน, ลองกอง, ปาล์ม ฯลฯ
3.3 ไม้ที่ปกคลุมผิวดิน ทั้งที่เป็นอาหาร, สมุนไพรและของใช้ เช่น กาแฟ ผักป่าชนิดต่าง ๆ ชะพูล, มะนาว, หวาย, สบู่ดำ ฯลฯ
3.4 พันธุ์พืชที่ใช้ประโยชน์จากส่วนที่อยู่ใต้ดิน (พืชหัว)เป็นพืชที่ปลูกเพื่อความพอเพียงในด้านการกิน ได้แก่ กลอย, ขิง ข่า, กระชาย, กระทือ ฯลฯ
ซึ่ง กระบวนการปลูกในรูปแบบดังกล่าวจะได้พันธุ์ไม้ที่เกิดป่า 3 อย่าง คือ ป่าเพื่อพออยู่ ป่าเพื่อพอกินและป่าเพื่อพอใช้ และจะได้ประโยชน์เพิ่มในด้านการรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม
เรือนยอดชั้นบน
เรือนยอดชั้นกลาง
เรือนยอดชั้นล่าง
ใต้ดิน
ภาพการจัดโครงสร้างและลำดับชั้นเรือนยอดในป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงสภาพป่า
4. กระบวนการสร้างมูลค่าต้นไม้ ในโครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการให้คุณค่าไม้ ให้เป็นมูลค่าเพื่อเกิดการพออยู่ตามนัยที่ ให้พอรักษาที่ดินทำกินให้อยู่กับเจ้าของผู้ทำกิน ให้เป็นมูลค่าเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ในการลดค่าใช้จ่ายจากพืชที่ปลูกไว้บริโภคเอง
5. พื้นที่ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
5.1 ในพื้นที่ทำกินของประชาชนในชุมชนที่อยู่ในหรือรอบแนวเขตป่า
5.2 ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามความเหมาะสม
5.3 ในพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน
http://www.greencoun.com/3forest_4benefits.php

คุณธรรมจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต


จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่

          1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้

- การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร

- การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน

- การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด

- การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น

2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)

ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่

3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property)

          ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด

    4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)

คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น




วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โลกไร้พรมแดน.


เนื่องจากการที่อินเตอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลข่าวสารจึงทำให้การ ส่งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วจึงมีเวิลด์ไวด์เว็บ (อังกฤษ: World Wide Web, WWW, W3 ; หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "เว็บ") คือพื้นที่ที่เก็บข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมต่อกันทางอินเทอร์เน็ต โดยการกำหนด URL คำว่าเวิลด์ไวด์เว็บมักจะใช้สับสนกับคำว่า อินเทอร์เน็ต โดยจริงๆแล้วเวิลด์ไวด์เว็บเป็นเพียงแค่บริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต
ไฮเปอร์เท็กซ์ หรือข้อมูลที่มีการจัดรูปแบบบนเว็บ สามารถถูกเรียกดูด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งอ่านข้อมูลที่เรียกว่า เว็บเพจ มาจาก เว็บเซิร์ฟเวอร์ เมื่อข้อมูลถูกอ่านจะมาแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านและดูเว็บได้ เมื่อผู้ใช้ต้องการดูหน้าอื่น สามารถเลือก ไฮเปอร์ลิงก์ เพื่อเชื่อมโงไปยังเว็บหน้าอื่นๆ หรือทั้งยังส่งข้อมูลกลับไปที่เว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อประมวลผล เว็บเพจหลายๆ หน้าที่จัดการเก็บข้อมูลที่ใกล้เคียงกันเรียกว่า เว็บไซต์

ดังนั้นการที่เข้าชมเว็บไซต์ในปัจจุบันจึงที่นิยมของผู้เข้าใช้เพื่อหา ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการหาจึงทำให้เกิดการพัฒนาในเว็บไซต์ให้น่าสนใจอยู่ตลอดเวลาเหตุผลสำคัญที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมแพร่หลายคือ 
1. การสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต ไม่จำกัดระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่ต่างระบบปฏิบัติการกันก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
2. อินเตอร์เน็ตไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง ไม่ว่าจะอยู่ภายในอาคารเดียวกันห่างกันคนละทวีป ข้อมูลก็สามารถส่งผ่านถึงกันได้
3. อินเตอร์เน็ตไม่จำกัดรูปแบบของข้อมูล ซึ่งมีได้ทั้งข้อมูลที่เป็นข้อความอย่างเดียว หรืออาจมีภาพประกอบ รวมไปถึงข้อมูลชนิดมัลติมีเดีย คือมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงประกอบด้วยได้ คำอื่นที่ใช้ในความหมายเดียวกับอินเตอร์เน็ต คือ Information Superhighway และ Cyberspace

      โลกไร้พรมแดนคือโลกแห่งการติดต่อสื่อสาร เพื่อพบปะเพื่อนฝูง เครือญาติ เพื่อน หรือไร้ตัวตนของคนที่เราติดต่อสื่อสาร เป็นนิยามของคำว่าติดต่อกันเพื่อ มิตรภาพที่ไร้พรมแดนทั่วโลก

แหล่งที่มา : http://www.sesa10.go.th/km/?name=research&file=readresearch&id=20

Musketeers - อยากให้เธอลอง Official MV

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำตัว :'D


ชื่อ : ด.ญ.พัทธนันท์   มีนัก
อายุ : 13 ปี 
ชื่อเล่น : มายด์ 
เกิดวันที่ : 2 กุมภาพันธ์ 2542
กรุ๊ปเลือด O 
สีที่ชอบ : สีส้ม , สีม่วง , สีเขียว ><
นิสัย : กวนตีน , เฮฮา :'D
งานอดิเรก : ฟังเพลง เล่นเกม เล่น Facebook 
อาหารที่ชอบรับประทาน : สปาเก็ตตี้ :]
เพื่อนที่สนิท : ING , FUN , JIB , PHOO !
รายการโปรด : VRZO 
เพลงที่ชอบ : http://www.youtube.com/watch?v=HZV-ggoTQ7s :'P